เพลงร้องเรือ
อนุรักษ์มรดกใต้       ชมรมอนุรักษ์มรดกใต้     มรดกใต้ทีวี

รวบรวมโดย ครูแจ้ง วชิรพัฒนสกุล (นิลพัฒน์เดิม)

    เพลงร้องเรือ  เป็นเพลงสำหรับใช้กล่อมเด็กของชาวภาคใต้ ซึ่งนิยมกันแพร่หลายในสมัยโบราณ ตกมาถึงสมัยนี้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา และ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ทำให้เพลงลูกทุ่งเข้ามามีอิทธิพลในหมู่เยาวชน คนผู้เฒ่าผู้แก่ก็ล้มหายตายจากกันไป เพลงร้องเรือจึงพลอยหดหายไปตามกาลเวลา และอิทธิพลนั้งด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายที่ของดีของเราชาวใต้ ซึ่งมีอยู่ไม่มากนักจะสูญสิ้นไป จึงพยายามเก็บรวบรวมเท่าที่พอจะจำได้ และสอบถามผู้อื่นบ้าง นำมารวมไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้พบเห็นจะได้เกิดความภูมิจ ในความเป็นกวีของ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา
    ทำไม่เรียกเพลงกล่อมเด็กว่า เพลงร้องเรือ เรื่องนี้ข้าพเจ้าได้สอบถามที่มาจากคนเฒ่าคนแก่ ท่านไม่สามารถชี้แจงให้เข้าใจได้ บอกได้แต่ว่า เพลงนี้เมื่อท่านจำความได้มีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อไม่สามารถทราบที่มา ข้าพเจ้าได้แต่นึกเดาเอาว่า เพลงร้องเรือนี้ คงเกิดจากเพลงที่ร้องกันในเรือมาก่อน และตั้งความหวังไว้ว่า คงจะมีท่านผู้รู้คิดค้นคว้าหาความถูกต้องต่อไป
ในภาคใต้ของไทยเรานั้น แม้จะไม่มีแม่น้ำสายใหญ่ยาวดังเช่นในภาคกลางหรือภาคอื่น แต่ยังมีแม่น้ำลำคลองอยู่ทั่วไป อย่างเช่น จังหวัดปัตตานีมีแม่น้ำตานี จังหวัดตรังมีแม่น้ำตรัง จังหวัดสุราษฎาธารีมีแม่น้ำตาปี จังหวัดสงขลามีทะเลสาบสงขลา แม้ในจังหวัดพัทลุงอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของข้าพเจ้า ยังมีแม่น้ำลำคลองต่างๆ อาทิเช่น แม่น้ำลำปำ ทะเสสาบสงขลาส่วนที่อยู่ในจังหวัดพัทลุง เป็นต้น
    คนสมัยก่อนมักตั้งบ้านเรือน วัดวาอาราม ริมแม่น้ำลำคลอง เพื่อความสะดวกในการหาน้ำดื่ม น้ำใช้ การทำการเกษตรและคมนาคม ในกาลออกพรรษา มีประเพณีอย่างหนึ่งของชาวใต้ คือ ประเพณีลากพระ คือ พิธีแห่พระพุทธรูป เมื่อทำการสมโภชแล้วจะแห่พระไปในที่ต่างๆ เพื่อให้ชาวพุทธกราบไว้บูชา วัดที่อยู่ริมแม่น้ำจะทำการแห่พระทางเรือ เรียกว่า ลากพระเรือ ในกาลกฐิน ชาวบ้านที่นำกฐินไปทอด ณ วัดริมแม่น้ำ ก็จะจัดกระบวนกฐินแห่ไปทางเรือเช่นกัน เรือที่เข้ากระบวนแห่จะแบ่งเป็นสองพวก คือ หญิงพวกหนึ่ง ชายพวกหนึ่ง แต่ละลำ ฝีพายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเดียวกันดูสวยงามมาก ในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กยังพอหาดูได้อยู่ แต่ไม่มีการร้องเรือ จะมีบ้างเฉพาะพวกขี้เมาร้องเพลงโนราว่าเพลงบอกเท่านั้น เมื่อกระบวนเรือถึงที่จอดพักเรือ ต่างลำต่างประลองฝีพายกันเป็นที่สนุกสนาน
    เพลงร้องเรือในสมัยก่อน คงจะเกิดขึ้นในตอนนี้ ตอนที่เรือของหนุ่มสาวหรืออาจไม่หนุ่มสาว พายมาใกล้กัน ฝ่ายชายร้องเพลงเกี้ยว ซึ่งว่ากันด้วยกลอนสดๆ ฝ่ายหญิงร้องเพลงโต้ตอบ ซึ่งเป็นกลอนสดเช่นกัน น่าสังเกตุอย่างหนึ่งว่า คนไทยเรานั้นเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนมาแต่โบราณแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เมื่อกลับจากงานแล้ว ความสนุกสนานยังติดตาตรึงใจอยู่ จึงนำเอาเพลงที่ร้องในเรือ มาร้องกันเล่น เป็นที่นิยมชมชอบของหนุ่มและไม่หนุ่ม สาวและไม่สาวอย่างยิ่ง คนสมัยก่อน ค่าครองชีพไม่รัดตัวอย่างสมัยนี้ มีเวลาว่างกันมาก หนุ่มสาวและวัยรุ่นทำหน้าที่เลี้ยงน้อง ก็อุ้มน้องนั่งชิงช้า ซึ่งชาวใต้เรียกว่า เปล แล้วนำเอาเพลงร้อง (ใน) เรือ มาร้องกล่อมน้อง เพลงร้อง (ใน) เรือ จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ เพลงร้องเรือมีหลายประเภท เช่น ประเภทเกี้ยวพาราสี ประเภทตัดพ้อต่อว่า ประเภทรำพึงรำพัน ประเภทวรรณคดี ประเภทด่าทอ และ เบ็ดเตล็ด วิธีการร้องเรือ ขึ้นต้นด้วยคำว่า อ้า ..... เห้อ ....... ทุกบทไป บางตอนลากเสียงยาว ข้าพเจ้าได้ทำเครื่องหมาย ........ ถ้าจุดยาวมาก แสดงว่า ลากเสียงยาวมาก ถ้าจุดมีน้อย แสดงว่าลากเสียงสั้นเข้ามาอีกนิดหนึ่ง
    อนึ่งบทร้องเรือเป็นบทเพลงของชาวใต้ ภาษาและสำเนียง จึงต้องใช้และร้องเป็นภาษาสำเนียงชาวใต้จึงจะฟังไพเราะ ถ้าใช้สำเนียงภาษากลางจะไม่ซาบซึ้ง คำใดที่พอจะเทียบได้กับคำภาษากลาง ได้วงเล็บเอาไว้ด้วยแล้ว ประเภทของบทร้องทีดังนี้

๑.ประเภทเกี้ยวพาราสี

๑.อ้า เห้อ เหอ สมพัดเหอ พัดมารวยๆ ฉวยหางตา พระบาทนาดเดินดำเนินมา เหมือนหงส์ลีลาจากถ้ำทอง ต่ำใต้ในโกสีย์ เปรียบนางคนี้ไม่มีสอง กระยิ่มยิ้มย่อง เรียมปองข้างใน เห้อ เหอ ใจ

๒.อ้า เห้อ เหอ พี่ชายเจ้ารักนุชเหอ สิ้นสุดที่รัก เจ้าหนักหนา เหมือนอุณรุทรักอุษา พระรามรักสีดาไม่คลายใจ พระสุธนทรงศักดิ์ รักนางมโนรา เหมือนตัวของข้า รักหน้าใย ทำปรือเนื้อเย็นจะเห็นใจ ในอกในทรวง เห้อ เหอ พี่

๓.อ้า เห้อ เหอ ปลูกรักเหอ พี่ปลูกรักไว้ที่ชายหลา (ศาลา) แลเห็นรวยๆ เต็มหน่วยตา เด็ดยอดรักมากะไม่ได้ แลโน้นแลนั้นมันชันมือ น้อยหรือมาแค้น อกพี่ชาย เด็ดยอดรักมากะไม่ได้ บานช่อล่อชาย เห้อ เหอ อยู่

๔.อ้า เห้อ เหอ พี่ชายรักน้องเหอ เข้าห้องครวญคร่ำ ร่ำหา เข้าห้องบรรทมภิรมยา ครวญคร่ำร่ำหาถึงคู่เชย ถ้อยทีถ้อยแลกันแต่ตา พี่ไม่ได้มาแล้ว ขวัญตา เหย รักน้องไม่ได้มาอยู่เชย อกเอ๋ยเรามี เห้อ เหอกรรม

๕.อ้า เห้อ เหอ มีกรรมเหอ สองวาเราทำ กรรมเอย บาปกุ้งบาปปลาพี่ไม่ทำ ขอพบโฉมฉายภายภาค หน้า ชาตินี้พี่หลงเกิด มีผัวอื่นเถิด แม่เลิศฟ้า ขอพบโฉมฉายภาคหน้า ท่าน้องช่องฟ้า เห้อ เหอ หวัน (สวรรค์)

๖.อ้า เห้อ เหอ ต้นท้อนกะซ่อนใบเหอ รักกันแต่ในใจ ไม่ที่ใช้ใครไปสอยให้ ตัวพี่เป็นไม้สอย สวยน้อยเป็นพวง ดอกไม้ ไม่ที่ใช้ใครไปสอยให้ รักกันแต่ใน เห้อ เหอใจ

๗.อ้า เห้อ เหอ ลูกบาวใครเหลยเดินหน้าก้ม ฟ้นดำพึ่งย้อม ขอถามเมียยังหรือหาไม่ ทัดดอกสาวหยุด สาวเหอมายุดเอาบ่าวไว้ ขอถามเมียยังหรือหาไม่ พี่ชาย อย่าน้อย เห้อ เหอใจ
หมายเหตุ เพลงบทนี้ใช้ได้ทั้งชาย-หญิง ถ้าเป็นผู้ชายว่าก็เปลี่ยนคำ "ลูกบาว" เป็น "ลูกสาว" เปลี่ยน "เมีย" เป็น "ผัว" "พี่ชาย" เป็น "โฉมฉาย" นอกนั้นเหมือนเดิม ในสมัยโบราณคนนิยมย้อมฟันให้ดำ ถือกันว่าสวย ในพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา พรรณาของจรกาว่า ทนต์แดงดังแสงทับทิม เพริศพริ้งเพรารับกับขนง

๒.ประเภทตัดพ้อต่อว่า

๑.อ้า เห้อ เหอ หมาย (ส) มัครรักน้องเมื่อแต่แรก พอได้คนอื่นพี่ทำแปลก ทำแดกเสียแล้วไม่เหลียวแล รอยเล็บช้ำไม่หำหาย รอยมือพี่ชายไม่หายแผล ตัดหัวหลอแหล (เหลาะแหละ) ทำแสหาเมีย เห้อ เหออื่น

๒.อ้า เห้อ เหอ ต้นกล้วยพังลาใบมนเหอ พี่ชายเข้าหยุดร่มฝน หน้ามนตัดความ อาหลัย (อาลัย) ตัดเสียให้ม้วย เหมือนดังยอดกล้วยเพิ่มคลี่ใบ ตัดเสียใยใหม่ ใยเก่าน้องยัง เห้อ เหออยู่

๓.อ้า เห้อ เหอ พี่ชายเหอ กินน้ำตาลทรายหวานลิ้น หวานหลอด (ตลอด) ลอดใต้ลิ้น น้องโร้ (รู้) เสียสิ้นที่สิ้นลม เหมือนลูกขี้กา ข้างนอกโสภาข้างในขม หวานสิ้นลิ้นลม หวานขมน้องโร้ (รู้) เห้อ เหอจัก

๔.อ้า เห้อ เหอ พ่อบุญเลิศเหอ น้องขอความเสียเถิด ทั้งสองฝ่าย ขอบบุญขอบคุณของพี่ชาย น้องหาไหร (อะไร) ไม่จะตอบแทน ลูกหมาของน้องมีสองตัว ฝากให้เมียรักพ่อหัวแหวน น้องหาไหร (อะไร) ไม่จะตอบแทน น้องทุกข์ยากแค้น เห้อ เหออยู่

๕.อ้า เห้อ เหอ นกเปล้าเหอ เข้าๆ มาแหลง (พูด) อยู่จอแจ ลูกไม่ฟ้งแม่ จะดีที่ไหน รักแขกได้แขก รักไทยได้ไทย จะดีที่ไหน ลูกไม่ฟังคำ เห้อ เหอแม่

๖.อ้า เห้อ เหอ งูสายพานเหอ ยาน (ห้อยโหน) ขึ้นปลายกอก (มะกอก) ไม่เฒ่าหัวหงอก อวดตัวจะเลี้ยง เมียสาว แลโหน้แลโหน อ้ายเฒ่าหัวโค้ (คู้) มันทำบาว อวดตัวจะเลี้ยงเมียสาว อ้ายเฒ่าไม่แล เห้อ เหอหงอก

๗.อ้า เห้อ เหอ งูสายพานเหอ ยานขึ้นไต่ราว คนแก่ทำสาว จะงามจะแง่สักเท่าใด หยิบเอาผ้า (ส) ไบมาห้อยคอ หัวนมมันล่อ มาไรไร (รำไร) จะงามจะแง่สักเท่าใด แก่แล้วยังทำ เห้อ เหอสาว

๘.อ้า เห้อ เหอ ต้น (ข) หนุนหนังเหอ ลูกเมียพี่ชายัง อย่าหวังเข้ามาทรามบังอร ลูกน้อยยังหนุนตัก เมียรักยังขวางแท่นที่นอน อย่าหวังเข้ามาทรามบังอร เมียก่อนชายยัง เห้อ เหออยู่

๓.ประเภทเกี่ยวกับวรรณคดี

๑.เรื่องพระสุธน

๑.อ้า เห้อ เหอ นางโนราห์เหอ อาบน้ำในสา (สระ) เจ็ดคนพี่น้อง นายพรานแลเห็น ทำบ่วงมาคล้อง เจ็ดคนพี่น้อง คล้องได้สุดท้อง นางโนราห์พี่ๆทั้งหก เขารำเขาร่อนขึ้นเวหา พรานบุญมาพา เห้อ เหอไป

๒.อ้า เห้อ เหอ ฟ้าลั่นเหอ ลั่นมาคึกๆ พระศรีสุธนไปรบศึก ไปรบเอาเมืองญาจันต์ ญาจันต์สู้ไม่ได้ ยาลูกสาวให้กำนัล มารดาอยู่ข้างหลัง เอานางโนราห์ บูชาไฟ นกเขาทั้งสี่ห้าร้อย อดข้าวอดน้ำจนตายไป เอานางโนราบูชาไฟ ฉุกใจ เมื่อภาย เห้อ เหอหลัง

๓.อ้า เห้อ เหอ นางโนราห์เหอ พระสุธนตามมาถึงเมืองไกรลาศ มีไม้แก้วฉิมพลี มีนกอินทร์อยู่ไม่ขาด หนทางที่ไปเมืองไกรลาศ ยากนักพ่อทูน เห้อ เหอหัว

๒.เรื่องพระรถเมรี

๔.อ้า เห้อ เหอ นางเมรีเหอ กินเหล้าวันนี้ เมาหนักหนา เมาหยูกหรือเมายา เมามัวหนักหนานางเนื้อทอง อ้ายไหร (อะไร) รุงรังบนหลังคา บอกว่าหนวยตานางสิบสอง เมรีร่วมห้อง สักสิ่งไม่พราง เห้อ เหอผัว

๓.เรื่องสังข์ทอง

๕.อ้า เห้อ เหอ หอยสังข์เหอ น่าเกลียดน่าชัง หอยสังข์เข้าอยู่ในคราบเงาะ เพื่อนเขาเดินดิน หอยสังข์เนื้อนิลถือไม้เท้าเหาะ หอยสังข์เข้าอยู่ในคราบเงาะ เหาะด้วยนางรจ เห้อ เหอหนา (รจนา)

๖.อ้า เห้อ เหอ นางรจ (นา) หนาเหอ ช่างหาช่างได้ พ่อแม่หาให้ เขาไม่ชอบใจ ไปได้กับเจ้าเงาะทำสาวฉอเลาะเจ้าเงาะไพร เขาไม่ชอบใจ ไปอยู่หนำนา เห้อ ไร่ (หนำ แปลว่า ห้างนา)

๔.ประเภทรำพึงรำพัน

๑.อ้า เหอ เห้อ รักกันเหอ ไปมาหากันกะไม่ได้ ภูเขาไหนเหลย (เลย) มันขวางไว้ แลเห็นปลายไม้อยู่รายเรียง ไม่เห็นหน้าน้อง พี่ย่องไปฟัง แต่เสียง แลเห็นป่าไม้อยู่รายเรียง ฟังเสียงทองร้อย เห้อ เหอชั่ง

๒.อ้า เห้อ เหอ พี่ไปเหอ ฝากไหร (อะไร) ไว้ให้น้องแล ฝากเช็ดหน้าแพร แลแลน้องเช็ด น้ำตา แลเหอแลไป น้ำคลองห้วยไก่มันไหลมา เอาผ้าเช็ดหน้าไม่หายคำนึง เห้อ เหอน้อง

๓.อ้า เห้อ เหอ พี่ไปเหอ ฝากไหรไว้ให้น้องมั่ง ฝากแต่ที่นอนกับที่นั่ง ฝากผ้าล่องลายพี่ชายห่ม คิดถึงพี่ชาย หยิบผ้าลองลายออกมาชม ไม่ทันได้ห่ม ชมๆ น้องร้อง เห้อ เหอไห้

๔.อ้า เห้อ เหอ นกสาลิกาปีกเหลืองเหอ ขึ้นเกาะเขาเมือง ร้องสั่งความมาอยู่แจ้วๆ เชิญอยู่ไปเถิดนางน้องแก้ว กรรมของพี่แล้ว ชายขอลา เชิญอยู่ไปเถิดดอกบัวครั่ง ถ้าบุญพี่ยังคงมาหา เชิญอยู่ไปเถิดอกบัวนา พี่ชายขอลา เห้อ เหอแล้ว

๕.อ้า เห้อ เหอ ขึ้นเขาสูงเหอ รักน้องจะลงภูเขาลาด ขึ้นเขาพระบาท เก็บพุมนมแมว พวงนี้จะเอาไปฝาก เจ้าขวัญข้าวมีคู่ไปเสียแล้ว เก็บพุมนมแมว ฝากแก้วทองร้อย เห้อ เหอชั่ง

๖.อ้า เห้อ เหอ ปลูกรักเหอ น้องปลูกรักผิด ปลูกวันอาทิตย์ ไม่ได้ (อ) ธิษฐาน ไม่ได้ร่วมกิ่ง ให้ได้ร่วมต้น ไม่ได้ร่วมบ้าน ให้ร่วมหนทาง เห้อ เหอเดิน

๗.อ้า เห้อ เหอ พี่ไปเหอ ฝากแก้วแววไวไว้ใครเหลย โอ้อนิจจาน้องข้าเอย ฝากไว้ใครเหลยนางนงนุช ฝากไว้ในน้ำสากลัวปลา ฝากไว้เวหาสากลัวครุฑ ฝากไว้ใครเหลยนางนงนุช กลัวครุฑจะเพาเห้อ เหอไป

๘.อ้า เห้อ เหอ นกเขาเหอ เกาะเลาไร่พุก (ผุ) พ่อแม่เขาไปอยู่ (ส) หนุก) ทิ้งลูกเอาไว้ที่ในรัง ฝนตกฟ้าร้อง ไม่เห็นหน้าน้องทองร้อยชั่ง ทิ้งลูกเอาไว้ที่ในรัง กินแต่น้ำ เห้อ เหอตา

๙.อ้า เห้อ เหอ นอนเสียเถิดเจ้านอน สายสมรอรทัยขวัญใจแม่ มีปู่มีย่าจะให้แล (เลี้ยงดู) เจ้าสาระแท้แม่มีกรรม มีปู่มีป้ามีย่ายาย จะอุ้มชูเจ้าไว้วันยังค่ำ เจ้าสาระแท้แม่มีกรรม ตาดำแม่คน เห้อ เหอเดียว

๑๐.อ้า เห้อ เหอ พี่ไปเหอ ไม่ช้าเท่าใดพี่ไวมา นานนักสักสอง เดือนกว่า พี่กลับคืนมาหาโฉมศรี ยอดสร้อยคอยอยู่ไปเถิดหนา ตกแต่งกายาไว้ท่าพี่ ละห้อยสร้อยศรี ไม่ช้าพี่มาเห้อ เหอถึง

๑๑.อ้า เห้อ เหอ เรือใหญ่เหอ ชักใบจะล่องไปสงขลา บ่ายหน้าหัวเรือไป ทรามวัยนั่งกินแต่น้ำตา อย่าร้องน้องหนา ไม่ช้าพี่มาเห้อ เหอถึง

๑๒.อ้า เห้อ เหอ เรือใหญ่เหอ ชักใบจะล่องคลองลำหัด เห็นภูเขาแดงอยู่แจ้งชัด พระพายชายพัดดมาไรๆ เรือแล่นเข้าไปใกล้เกาะหนู เห็นปลายลำพู ภูเขาใหญ่ พระพายชายพัดมาไรๆ ใจน้องเหมือนเว เห้อ เหอเปล (ไกวเปล)

๑๓.อ้า เห้อ เหอ รักกันเหอ ไปมาหากันกะไม่ได้ ภูเขาใดเหลยมันยาวรี เขาชัยบุหรี (บุรี) มันขวางไว้ จะไปมากะไม่ได้ ชายรักชายมา เห้อ เหอเอง

๑๔.อ้า เห้อ เหอ นอนหลับเหอ หันหน้าไปทับเข้ากับฝา น้องแค้นนักแค้นดอกพี่ยา แต่วา (เมื่อวาน) ต่อป่า กินไม่ลง ยกข้าวตักแกงมา คิดถึงพี่ยาน้ำตาผง แต่วาต่อป่ากินไม่ลง โฉมยงนั่งร้อง เห้อ เหอไห้

๑๕.อ้า เห้อ เหอ ปลูกรักเหอ มันหักเสียแล้ว ไม่รู้เหลย (อ) นิจจารักเอย ได้ชาวเมืองไกล อยู่แค่ตอหรอไตร (ทำไม) ไม่ขอน้องแรกแต่ไหร (ก่อน) ได้ชาวเมืองไกล ฉุกใจเมื่อภาย เห้อ เหอหลัง

๑๖.อ้า เห้อ เหอ นกเขา (ช) วาเหอ ให้น้องดำนาป่าขี้ไถ คดหอวันๆ แม่ขันใหญ่ แค้นใจเรื่องไหร (อะไร) พ่อขวัญข้าว อดหมากอดพลู โฉมตรูไม่บอกแรกแต่เช้า แค้นใจเรื่องไหรพ่อขวัญข้าว บอกเจ้าให้รู้ เห้อ เหอก่อน

๑๗.อ้า เห้อ เหอ นกเขาเหอ เกาะเลาไร่ซัง ได้ผัวนายหนัง มันไม่เป็นไหรต่อไหร (ไม่ได้เรื่อง) ถ้ารู้แต่แรก จะเอาไปแลกกับใครๆ มันไม่เป็นไหรต่อไหร ฉุกใจเมื่อภาย เห้อ เหอหลัง

๑๘.อ้า เห้อ เหอ แค้นใจเหอ จะถีบลูกไดเสียให้หัก ไม่เหมือนแรกรัก แรกความชันชี (ตกลังกัน) น้ำเต้าไม่ทันแตกยอด บ่าวน้อยผมสอด ถอยหลังหนี ไม่เหมือนแรกรัก แรกชันชี เสียที่ทีรัก เห้อ เหอกัน

๕.ประเภทขอร้อง

๑.อ้า เห้อ เหอ ยาฝิ่นเหอ อย่ากิน (สูบ) หนักเลยพ่อเนื้อทอง ต้องจำต้องจอง ต้องเขอ (ขื่อ) ต้องคาเพราะยาฝิ่น อยากกล้วยอยากอ้อย สาวน้อยจะซื้อให้กิน ถ้าอยากยาฝิ่น นั่งไหนหาวนอน เห้อ เหอนั่น

๒.อ้า เห้อ เหอ พี่ชายรักน้องเหอ อย่ามาบ้านน้องให้เนืองๆ หมากพลูน้องเปลือง พ่อแม่บ่นด่า พี่ชายรักน้อง อย่าชักเพื่อนสองให้เข้ามา พี่ชายรักข้า ลอบมาแต่คน เห้อ เหอเดียว

๓.อ้า เห้อ เหอ ไปตรังเหอ น้องสั่งสักคำ พ่อหัวผ้า ซื้อ (กระ) จกให้น้องไว้ส่องหน้า ซื้อร่มผ้าให้น้องสักคัน ยังสิ่งหนึ่งเหลย (อีก) พ่อใจดี ซื้อหวีให้น้องสักอัน ซื้อร่มคันสั้น ไว้กั้นเวลา เห้อ เหอฝน

๔.อ้า เห้อ เหอ ฟ้าลั่นเหอ ลั่นมาผ่าไม้ตามชายไส พี่ชายไปได้เมีย เมียใหม่ ยอดใยเจ้าเอ๋ย อย่าหึงสา ช้างแล่น เจ้าอย่า ยุง (ดึง) หาง ไม่ใช่ที่ทางนางกานดา พลายทองหายบ้า หลบ (กลับ) มา อยู่โรง เห้อ เล่า

๕.อ้า เห้อ เหอ พี่ไป (ตะ) กั่วป่าเหอ เชิญหลบหลังคาให้น้องก่อน เวลาน้องนอน ผ้าผ่อนหมอนทอง น้องเปียกสิ้น เงยแลหลังคา (แหงนดู) น้ำตาน้องไหลลงริ่นๆ (รินๆ) ผ้าผ่อนหมอนทองน้องเปียกสิ้น นั่งกินแต่น้ำ เห้อ เหอตา

๖.อ้า เห้อ เหอ ต้น (มะ) พร้าวทางเอนเหอ พี่บวชเป็นเณร สาวน้อยอย่าเพ่อ เอาผัว ฝนฟ้าเดือนหก ฝนเหอมันตกลงหว่าง เขาวัว สาวน้อยอย่าเพ่อ เอาผัว ให้พี่สึกแต่เณร เห้อ เหอก่อน

๖.ประเภทเปรียบเทียบ

๑.อ้า เห้อ เหอ นกเขาเหอ เกาะเลาไร่พุก (ผุ) ทั้งเช้าทั้งเย็นช่างเป็นสุข จุกกรู้จู้กรุกอยู่ทุกวัน ไปไหนละเหว้อ พ่อเนื้อเกลี้ยง ไม่ได้ยินเสียงนกเขาขัน จุกกรู้จู้กรุกอยู่ทุกวัน ขันยั่น ขันเย้ย เห้อ เหอน้อง

๒.อ้า เห้อ เหอ ขึ้นไปบนเขาเหอ แลเงากล้วยเถือน แลดาวล้อมเดือน มัน (สะ) เทือนเสียสิ้นทั้งช่องฟ้า ดาว (จร) เข้เหรา ดาวแอก แยกฟ้าทั้งดาวไถ อาทิตย์พวยพุ่ง ดาวรุ่งมาแข่งกับดาวไทย ดาวแอกแยกฟ้าดาวไถ ดาวไหนมาเทียม เห้อ เหอดาว (ดาวบนฟ้าหรือจะสวยกว่าคนชื่อดาว)

๓.อ้า เห้อ เหอ ช้างโขลงเหอ มาอยู่โรงกินหญ้าไหร (หญ้าอะไร) กินหญ้าตัดพึ่งลัดใบ ลืมไพรเสียแล้วแก้วโฉมยง ยกงวงขึ้นพาดงาน้ำตาไหล รำลึกถึงไพรใจงวยงง ช้างทองจากป้ามาทิ้งโขลง พลงแล้ว พี่ลืม เห้อ เหอน้อง (เปรียบเหมือนสามีไปหลงไหลในเมียน้อย)

๔.อ้า เห้อ เหอ นกเขาหนูเหอ ทองพูนของพี่ตัวเดียวดายใช้คนไปต่อ สองสามงาย ไปต่อไม่ได้กลับมาเปล่า นอเขาหนูนเหอ ทองพูนของพี่อยู่ชายเขา ไปต่อไปได้กลับมาเปล่า ตาเพรา (ตางาม) นั่งร้อง เห้อ เหอไห้ (นกเขาหนูน คือ นกเขาที่ขันจ้อ ทองพูนน่าจะเป็นชื่อผู้หญิง ที่ผู้ชายไปสู่ขอ แล้วพ่อแม่ไม่ยกให้)

๕.อ้า เห้อ เหอ ที่ชายเหอ มาหมายดอกไม้ที่ในป่า มั่นแม้นแล้วหรือพี่ยา ดอกไม้ในป่าไม่เจ้าของ พี่ชายยื่นเล็บมาหมายมือ มั่นแม้นแล้วหรือพ่อเนื้อทอง ดอกไม้ในป่าไม่เจ้าของ เห็นช่องได้คน เห้อ เหออื่น (เปรียบเหมือนผู้ชายมั่นหมายผู้หญิง ที่ยังไม่รู้จักดีพอ ผู้หญิงเขาคงมีคนรักอยู่ก่อนแล้วก็ได้)

๖.อ้า เห้อ เหอ นกเปล้าเหอ เข้าๆ มากินลูกไทรทอง พี่ไม่ดักน้อง นักนางนกเขา เหตุไหร (อะไร) ละเหว้อ นางนกเปล้า ล่อคอมาเข้าในบ่วงเรา ดักนางนกเขา นกเปล้า เข้าพลอย เห้อ เหอตาย (เปรียบด้วยแม่สื่อทำการชักสื่อหญิงอื่นให้ผู้ชาย แต่แล้วแม่สื่อต้องตกเป็นของผู้ชาย)

๗.ประเภทโต้คารม  (เป็นบทร้องแก้กันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย)

๑.(หญิง) อ้า เห้อ เหอ ตัวน้องพี่เหอ เหมือนดังดอกเมร้ (มะลิ) บานเหมือนจะเปร้ (ปริ) บานอยู่ในเล (ทะเล) ขี้ผึ้ง ฝนตกกะไม่ต้อง น้ำน้องกะไม่ถึง บานอยู่ในเลขี้ผึ่ง ไม่ถึงดอกไม้ เห้อ เหอเมร้
(ชาย) อ้า เห้อ เหอ ตัวพี่น้องเหอ คือ แมลงวันหัวเขียว บินมาตัวเดียว เที่ยวอยู่ในเล หย่อมหญ้า ฝนตกกะไม่ต้อง ถึงน้ำจะนองกะไม่สา เที่ยวอยู่ในเล หย่อมหญ้า ค้นหาดอกไม้ เห้อ เหอเมร้

๒.(หญิง) อ้า เห้อ เหอ ตัวน้องพี่เหอ คือ เรือมาดหนุน (ขนุน) นอกแต่ท่านผู้มีบุญ ใครเหลย (เลย) จะเข (ขี่) เรือน้องได้ ท่านหลัด (ปลัด) เขหัว ท่านขรัว (พระแก่ๆ) เขท้าย ใครเหลยจะเขเรือน้องได้ นอกท่านผู้มี เห้อ เหอบุญ
(ชาย) อ้า เห้อ เหอ ตัวพี่น้องเหอ คือ นายช่างทำ พี่ได้เจาะแก้มหมู (หัวซองเรือ) พี่ได้ไชรูอุดกำ (เจาะและอุดด้วยไม่ระกำ) คือ นายช่างทำ ได้เขก่อนท่านผู้มี เห้อ เหอบุญ

๘.ประเภทด่าทอ

๑.อ้า เห้อ เหอ โลกสาวชาวบ้านหัวนอนเหอ ใช้ให้แกงบอน แต่เช้าจนเที่ยง ใช้ให้แกงดุกจุกลงทั้งเงี่ยง ดอกทองเนื้อเกลี้ยง น้ำหน้าจะเลี้ยง เห้อ เหอผัว

๒.อ้า เห้อ เหอ โลกสาวชาวบ้านตีนเหอ เทียมได้ (ตั้งแต่) ได้ผัวจีน ทำแมว (ตะ) ครุบหนู ตัวหนึ่งขึ้นนั่งบนเสาดั้ง ตัวหนึ่งขึ้นนั่งบนกำทู ทำแมวตะครุบหนู ปาก (ประ) ตูลักลาย (ทะลักทะลาย) เห้อ เหอ หมด

๓.อ้า เห้อ เหอ โลกสาวชาวบ้านตีนสุดเหอ ตักข้าวเหมือนดอกปุด หวงไว้อ้ายสุดโนรา น้ำข้น (ขุ่น) แม่ไม่ได้อาบ แป้งสาบแม่ไม่ให้ทา หวงไว้อ้ายสุดโนรา โลกโค้ (ลูกคู่) มาพา เห้อ เหอไป

๔.อ้า เห้อ เหอ โลกสาวชาวบ้านออกเหอ หัวนมพึ่งงอก นอกให้เขาขอ ทำสาวดุ้งดิ้ง บาวเหอมันวิ่งกอดคอ บอกให้เขาขอ โลกสาวชาวเรือน เห้อ เหอออก

๕.อ้า เห้อ เหอ โลกสาวชาวเรือนตกเหอ เอาข้าวใส่ครก ขึ้นสวดหนังสือ (อ่านหนังสือ) ทำปรือ (ทำอย่างไร) สาวเหอให้บ่าวมันลือ ขึ้นสวดหนังสือ โลกสาวชาวเรือน เห้อ เหอตก

เพลงประเภทด่าทอมีมาก ล้วนหยาบคาย ซึ่งไม่สมควรมา เพียงแต่ยกมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง และไม่ให้ขาดขายไปเท่านั้น

๙.ประเภทความเชื่อ

๑.อ้า เห้อ เหอ พ่อแม่เหอ รักลูกอาธรรม์ (ลำเอียง) รักแต่พระจันทร์ ราหูลูกน้อยแม่ไม่รัก เหยียบเรือให้ผิดแคม ลูกเหอมาแค้น หัวใจนัก ราหูลูกน้อยแม่ไม่รัก เกิดศึกไม่วาย เห้อ เหอเหลย

คนโบราณเชื่อว่าการเกิดจันทรุปราคา เกิดจากยักษ์ตนหนึ่งชื่อราหู เป็นพี่ของพระจันทร์ เนื่องจากพระจันทร์มีความประพฤติเรียบร้อย ราหูมีความประพฤติเกะกะ พ่อแม่จึงรักพระจันทร์มากกว่า ราหูหาว่าพ่อแม่ลำเอียง จึงเป็นอริกับพระจันทร์ เมื่อราหูมาเจอพระจันทร์ จะจับพระจันทร์อมไว้ทุกทีไป จึงทำให้เกิดจันทรุปราคา

๑๐.ประเภทขบขัน

๑.อ้า เห้อ เหอ ต้นขี้เหล็กเหอ ลุงเล็กแอยู่บ้านม่วง แกไข้เต็มที แกขี้โมงกลวง แกอยู่บ้านม่วง โมงกลวงเหมือนรู เห้อ เหอสวด (โมง คือ รูทวารหนัก สวด คือ หวดสำหรับนึ่งอาหาร)

๑๑.ประเภทเบ็ดเตล็ด

๑.อ้า เห้อ เหอ น้องนอนเหอ นอนให้หลับเฉื่อย (หลับเรื่อยๆ) ขุดบ่อป่าเหมื่อย (ไม้เถาชนิดหนึ่ง) อาบน้ำในแม่ขันแก้ว นิ้วตีนนิ้วมือ เหมือนเทียนฝั่น ผมสั้นดังทองเขาหล่อแล้ว อาบน้ำใน แม่ขันแก้ว หล่อแล้วพ่อทูน เห้อ เหอหัว

๒.อ้า เห้อ เหอ นกเหวก (การเวก) เหอ บินสูงเทียมเมฆ ไข่ในช่องฟ้า ปิดปิดปกปก อย่าให้ไข่นกหล่นลงมา ไข่ในช่องฟ้า (อ) นิจจา นางนก เห้อ เหอเหวก

๓.อ้า เห้อ เหอ น้องนอนเหอ นอนให้หลับไหล เข้าไปป่าไส พบช่อกล้วยไม้คนนักเลง พบถ่านไฟเก่า ไม่ทันได้เป่าติดขึ้นเอง พบช่อกล้วยไม้คนนักเลง ให้เด็กผูกเพลง เห้อ เหอว่า

๔.อ้า เห้อ เหอ ไม้ไผ่กอเดียวเหอ อยู่กลางน้ำเชี่ยว ค้อมไปทุกทิศ พี่ชายรักน้อง เหมือนเข้ามานอนปลายหอกปลายกฤช ค้อมไปทุกทิศ ชีวิตชายม้วย เห้อ เหอเอง

๕.อ้า เห้อ เหอ หวัน (ตะวัน) เย็นเหอ แลเห็นควันไฟที่ไหนหมุ้ง (โขมง) ไฟไหม้เมืองลุง มันหมุ้ง (ยุ่ง) เสียแล้วพี่แก้มเกลื้อน หวันเย็นเข้ามาใรไร (รำไร) บากหน้า (บ่ายหน้า) หาใครก็ไม่เหมือน นอกแต่พี่แก้มเกลื้อน ไม่เหมือนสักคน เห้อ เหอเดียว

๖.อ้า เห้อ เหอ เดือนเจ็ดเหอ ท่านท้าวเสด็จไปเมืองกรง (กรุง) เข (ขี่) เรือหัวหงส์ ยกธงหางไก่ โหม (หมู่) บาวโหมไพร่ ร้องไห้ร้ำไร ยกธงหางไก่ ท่านเสด็จไปเมืองกรง

๗.อ้า เห้อ เหอ ควายเขาเหอ เขายาวโงดโง้ง เขมาหน้าโรง โพธิ์เงินโพธิ์ทองดังเหง่งหง่าง ลูกสาวของนองแม่ แหวกช่องคอยแลที่หน้าต่าง โพธิ์เงินโพธิ์ทองดังเหง่งหง่าง ลูกสาวของนาง เห้อ เหอแม่

๘.อ้า เห้อ เหอ งูเขียวเหอ ตัวเดียวลายพร้อย งูเขียวตัวน้อย ห้อยหัวลงมา เด็กนอนไม่หลับ กินตับเถิดรา ห้อยหัวลงมา ตัวเดียวอ้ายลาย เห้อ เหอพร้อย

๙.อ้า เห้อ เหอ ไปเหนือเหอ แลเสือขบคัน ขบป้าสีนน ใต้ต้นชาลี โหมพี่โหมน้อง ชักชวนกันไปเผาผี ใต้ต้นชาลี เผาผีพระมาร เหือ เหอดา

๑๐.อ้า เห้อ เหอ ไก่แจ้เหอ ว่ายน้ำท้อแท้ไปขอเมีย ขันหมากลอยน้ำเสีย เอาไหรขอเมียละไก่แจ้ ขึ้นนั่งเรือนน้อง เอาเงินเอาทองสองสามแคร่ เอาไกรขอเมียละไก่แจ้ บอกแม่ว่าลอย เหอเสีย

๑๑.อ้า เห้อ เหอ ทอโหกเหอ ทอผืนสามสิบเส น้ำไหลใต้เก ทอลายโลกหวาย ผืนหนึ่งทอนุ่ง ผืนหนึ่งทอขาย ทอลายโลกหวาย ให้ช่างทั้งราว เห้อ เหอเก

๑๒.อ้า เห้อ เหอ ไปตรังเหอ น้องสั่งให้ซื้อเทริด (สวมหัวโนรา) ซื้อทองกำเหนิด (กำเหนิดนพคุณ) ซื้อเทริดยอดหลวง แสงหวัน สับสร้อย ย้อยลงเป็นพวง ซื้อเทริดยอดหลวง ย้อยลงเป็นพวง เห้อ เหอแป้ง

๑๓.อ้า เห้อ เหอ นกคุ่มเหอ คุ่มคุ่มลายๆ ผัวไปขายควาย เมียอยู่ข้างหลังเที่ยวเล่นโช้ ปิดๆปกๆ ไม่ให้ผัวโร้ เมียอยู่ข้างหลับเที่ยวเล่นโช้ ผัวไร้เพราะนก เห้อ เหอคุ่ม

๑๔.อ้า เห้อ เหอ นอนวันเหอ ฝันเห็นว่าเลแห้ง ควายตายเดือนแจ้ง (เดือนหงาย) บอกศรีหม่อมจันทร์ ทำปรึอ (อย่างไร) พี่เหอ น้องไม่เคยฝัน บอกศรีหม่อมจันทร์ ฝันเห็นว่าเล เห้อ เหอแห้ง

๑๕.อ้า เห้อ เหอ ขึ้นเขาเหอ ไปตัดหวายเลามาคล้องช้าง ทำบ่วงให้กว้างๆ คล้องช้างที่ภูเขาเขียว เรียกมาต่ำๆ พลายดำมันมาตัวเดียว คล้องช้างที่ภูเขาเขียว ตัวเดียวอ้ายพลาย เห้อ เหอดำ

๑๖.อ้า เห้อ เหอ ไป (น) คนเหอ ไปแลพระนอนหรือพระนั่ง พระพิงเสาดั้ง หลังคามุงเบื้อง เข้าไปในห้อง ไปแลพระทอง ทรงเครื่อง หลังคามุง (กระ) เบื้อง ทรงเครื่องดอกไม้ เห้อ เหอไหว

๑๗.อ้า เห้อ เหอ ต้นโหนดสองต้นเหอ มันงามพ้นล้น ไม่รู้จะเลอกต้นไหนดี จะเลือกต้นน้อง ดายของต้นพี่ ไม่รู้จะเลือกต้นไหนดี เสียทีกันทั้ง เห้อ เหอสอง

๑๘.อ้า เห้อ เหอ ลูกสาวชาวเหนือเหอ เหมือนเครือผักไห่ พี่ไม่ชอบใจ ไม่เหมือนลูกสาวชาวลำปำ จะเดินจะย่างเหมือนช้างหล่อล่ำ ไม่เหมือนลูกสาวชาวลำปำ นั่งดัดแต่ลำ เห้อ เหอแขน

หมายเหตุ ในสมัยก่อนที่ตั้งเมืองอยู่ตำบลลำปำในปัจจุบันชาวลำปำจึงเป็นชาวเมือง การแต่งกายย่อมสวยกว่าชาวเหนือซึ่งอยู่ในชนบทเป็นธรรมดา สมัยนี้ชาวลำปำก็ลำปำเถอะ การแต่งตัวก็ดี กิริยาท่าทางก็ดี ชาวเหนือกินขาดเลย เพราะชาวเหนือส่วนมากเศรษฐกิจดี การคมนาคมสะดวก ความเจริญสมัยใหม่เข้าไปถึงได้สะดวกสบายมาก

๑๙.เอ้า เห้อ เหอ ขึ้นเขาสูงเหอ รักน้องจะลงภูเขาล่าง ขึ้นเขาหัวช้าง แลค่างทำรัง อ้ายโน้นอ้ายไหร (อะไร) ละพี่จีด แลโน้นอ้ายไหรละพี่สัง บ่าวน้อยร้อยชั่ง บอกน้องว่ารัง เห้อ เหอค่าง

๒๐.อ้า เห้อ เหอ ต้นลำโพงกาหลักเหอ ถึงชายไม่รัก น้องไม่สร้อยเศร้า ไม่สักกี่เดือน ขันหมากมาเรือนน้องเล่า น้องไม่สร้อยเศร้า ชายพก ยังยาว (หมายถึงยังหนุ่มยังสาว) เห้อ เหอเหลย (อีก)

๒๑.อ้า เห้อ เหอ ต้นปุดเล็กเหอ ตัวน้องยังเด็ก อย่าเพ่อ ขอก่อน การโหกการฝ้าย การไร่การนา น้องยังอ่อน อย่าเพ่อ ขอก่อน หมากอ่อนพอทราม เห้อ เหอขบ

๒๒.อ้า เห้อ เหอ ดอกจำปาเหอ ลอยมาทั้งกิ่ง ผุดขึ้นชาย (ตะ) หลิง พริ้งๆ พรายๆ โน้นดอกอ้ายไหร โน้นดอกจิ้งจาย ผุดขึ้นที่ชาย เห้อ เหอหลิง

๒๓.อ้า เห้อ เหอ ดอกแคเหอ แลๆจะกลายเป็นดอกรัก อย่าแลน้องนัก คอพี่จะหักเสียเปล่าๆ ทำบาวให้ ขวิดตุง (เอาหัวลง) ไม่ได้เหมือนมุ่งน้องไม่เอา อ้ายชายผ่าเหล่า (ผิดจากชาติตระกูล) ตายเปล่า ก็ยัง เห้อ เหอ (อัก) โข

๒๔.อ้า เห้อ เหอ ต้นพาโหมเหอ (กระพังโหม) มันงามแต่โฉม แต่งแต่ (ม) หาดไทย (ทรงผม) ตัวดำตาแงรักน้อง ไม่แกล้งเอาไปไหน แต่งแต่ (ม) หาดไทย ทั้งตัวขี้ไคล เห้อ เหอกลุ้ม

๒๕.อ้า เห้อ เหอ ไปไหนเหอ ไปสิ้นทั้งมูล ผัวหาบ เมียทูน ไปควน (พ) นางตุง โหม (หมู่) หลานชาว (พัท) ลุง ไปควนนางตุง ไปนั่งตบยุง เห้อ เหอเล่น

๒๖.อ้า เห้อ เหอ ดอกปดเหอ มันหอมแต่รส ไม่เห็นต้น หอมหลอดลอดปลายป่า มันสงกลิ่นมา หอมพ้นล้น หอมไม่เห็นต้น หอมยั่วหอมเย้ย เห้อ เหอ อยู่

๒๗.อ้า เห้อ เหอ นกเหวาเหอ บินสูงเทียมเมฆ คาบดอกเกษร หัวปีกลายๆ พี่ไว้ทำหัวหมอน หัวหมอนนางนก เห้อ เหอเหวก

๒๘.อ้า เห้อ เหอ ต้นหนุนเหอ ออกชื่อทำบุญ แบนปากแบนคอ ออกชื่อไปส้อน ไปย้อนหัวตอ แบนปากแบนคอ ไปนั่งยกยอ เห้อ เหอเฉย

๒๙.อ้า เห้อ เหอ น้องนอนเหอ เชิญเจ้าให้นอนในเปลผ้า พอตื่นขึ้นมา แม่ยกให้นอนในเปลแพร พ่อคุณบุญมาก ลำบากหนักหนาสุดใจแม่ แม่ยกให้นอนในเปลแพร ขวัญแม่อย่าร้อง เห้อ เหอไห้

๓๐.อ้า เห้อ เหอ น้องนอนเหอ นอนให้สบาย แม่ซื้อทั้งหลาย อย่าหยิกอย่าหยอกหลอกหลอน แม่ผูกเปลผ้า อีโหยนโยนช้า ให้น้องนอน อย่าหยิกอย่าหยอกอย่าหลอกหลอน ให้นองเรานอน เห้อ เหอบาย

๑๒.ประเภทพิเศษ

ประเภทพิเศษนี้ เนื้อร้องและทำนองผิดจากประเภทต่างๆ ดังนี้

๑.อีโหยนเหอ ขักเชียก กำโพน โหยนเล่น ชายรั้วชายวัง อ้ายแก้วสายหนัง ตากฟ้าตากฝน อ้ายแก้วชลวน ชนช้างไก่เถื่อน ไก่เถือนเห้อ มาเล่นเจ้าเหย่เดือนสาม เส ดอกเมร้เราบาน ผัวไปไหน ผัวไปทำงาน ไม่ให้เรารู้ ไม่ให้เราเห็น เช้าๆ เย็นๆ ขอหมากสักคำ ขอพลูสักใบ ไปส่งเจ้าเหย่ (เจ้ายี่) เจ้าเหย่เหอ มาเขหัวช้าง นกบินหล้าง (สล้าง) เกาะช้างหัวผี นกอินทรี เกาะอยู่ในห้อง พี่เลี้ยงน้อง อีหวัก อีแหว่ง นุ่งผ้าชายพก มายกชายแพง ชายแพงเห้อ มาแยงทองหู (ตุ้มหู) ทองหูเห้อ มาอยู่ชายท่า ผีร้องว่า น้ำผึ้งกับกล้วย ฝากไว้ด้วย ฝากแม่ศรีทอง ศรีท้องเห้อ เอาเงินเรามา ซื้อตุกตา ให้น้องเราเล่น ซื้อผ้าเต้น ให้นั่งข้างไฟ วันนี้วันไหร วันเสาร์ วันคาร ทำหนม ไข่ร่าน ให้ท่านฉัน กระโดกกระเดี้ยว เคี้ยวปนกัน ฟันสูยังเจ้าเณรไห

๒.อีโหยน เขาเล่าว่าโจรมนลักควาย ลักเข้าป่าหวาย สีสารลงซ้ม หุงข้าวหม้อต้ม ราศีราซ้มพ่อราชา อ้ายแก้วเขม้า ทั้งห้าหกสิบ โพกหัวเหน็บกริช กรงฤทธิ์ อ้ายด้วงที่หลาชัย หลาเห้อหลาชัย แมงมุมชักใย ที่ใบบัว ยิ้มๆหัวๆ ต่อหน้าแม่ผัว แกทองเพชร ทองเห้อทองเพชร เขเรือตกเบ็ด ที่ท่งนาโยโกหวัน โกเห้อโกหวัน ทำขวัญให้น้าเพชรแก้ว พอทำขวัญแล้ว พาแก้วไปโยนไว้สูงๆ ต่อค่ำนกเหวก ต่อคืนนกทูง พาแก้วไปโยนไว้สูงๆ นกทูงขึ้นไข่บนไร่ฝ่าย อีเหม็ดกระเหมียเหอ ขอโลกขอเมียเขาไม่ให้ทอโหกปั่นฝ้าย วันๆ อี้ได้สักกี่เช่น (เช่นเท่ากับหนึ่งหน้าไม้ม้วยผ้า) เที่ยววิ่งน้ำเล่น เจ้าโหกเจ้าฟืมเขาร้องด่า แม่มึงเหว้ออีแม่โยด เอาเบี้ยค่าโหกของกูมา ไม่ให้กูด่าว่าตายายมึง

    เพลงร้องเรือยังมีอีกมากมาย เท่าที่รวบรวมมาพอเป็นตัวอย่าง และเนื่องจากเวลาน้อยดังเกล่าวแล้ว จึงขอยุติแต่เพียงนี้ หากท่านผู้ใดสนใจค้นคว้าต่อไปจะเป็นการกระทำที่ดี เพื่อช่วยกันรักษาต่อไป ถ้าท่านพยายามศึกษาบทเพลงนี้ไว้ให้คงอยู่ ถ้าท่านพยายามศึกษาฝึกหัดร้อง แล้วนำไปกล่อมเด็กจะเป็นการดียิ่ง ขอได้รับความรักและปรารถนาจากผม
    แจ้ง วชิรพัฒนสกุล (นิลพัฒน์เดิม) ร.ร.บ้านระหว่างควน ๑ ก.ย.๒๒
    ปล.เพื่อให้แพร่หลาย ข้าพเจ้าไม่สงวนลิขสิทธิ์

รวบรวมโดย ครูแจ้ง วชิรพัฒนสกุล (นิลพัฒน์เดิม) ร.ร.บ้านระหว่างควน อ.เมือง จ.พัทลุง  กันยายน พ.ศ.๒๕๒๒


อนุรักษ์มรดกใต้ : moradokthai@hotmail.com : โทร.081-8544472

Power by www.Muanglung.com เมืองลุงดอทคอม